วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เมื่อสองต่างชาติคุยภาษาญี่ปุ่น

        หลังจากที่จมอยู่กับ 目標ของตัวเองในเรื่อง 文末 โดยเฉพาะรูป んです มาสักระยะแล้ว... 
        


        ต้องขอเล่าท้าวความไปก่อนว่า เมื่อเดือนมกราคม ได้มีโอกาศไปทัศนศึกษาที่ประเทศอินโดนีเซียมา และได้พูดคุยกับเพื่อนอินโดนีเซียเป็นภาษาญี่ปุ่น (ซึ่งเพื่อนชาวอินโดพูดกันเก่งมาาาากกก) แล้วเมื่อกลับมา งานทั้งหลายก็ตามมาด้วย ต้องทำโปรเจคเกี่ยวกับประเทศอินโด อิฉันและเพื่อนก็ปั่นกันหัวบานเลยทีเดียว 



        มีอยู่วันหนึ่ง เพื่อนต่างชาติชาวอินโดนีเซียก็ทักทายมาทาง facebook ถามถึงเรื่องงานเกี่ยวกับอินโดนีเซีย เพราะคงจะเห็นพวกเราดราม่ากันลง Facebook บ่อยๆ อิอิ ทีนี้แหละค่ะ んです มันก็ออกมาเองโดยธรรมชาติ อสๆ แต่ก็นั่นแหละค่ะ ต่างด้าวสองคนคุยกันกัน แกรมม่ง แกรมม่าอะไร ถูกหรือผิดก็ไม่รู้ んです ที่อิฉันใช้ไป จะผิดหรือถูกก็ไม่รู้ เพราะงั้น ลองไปดูบทสนทนากันเลยค่า





        เห็นมั๊ยคะ えと、アッサダーユット先生の宿題なんです คือ สิ่งที่ต้องการจะพูดก็คือ อยากจะบอก ว่า เป็นการบ้านจากอาจารย์อัษฎายุทธ์น่ะค่ะ  แบบว่าเป็นการอธิบาย แต่พอมาคิดๆ ดูอีกทีแล้ว เหมือนมันจะไม่ใช่ แต่ ณ จุดๆ นั้น มันออกมาเอง ดูที่ใกล้เคียงที่สุดก็คงจะเป็นการอธิบายอ่ะค่ะ แหะๆ 
T T อุตส่าห์พยายามใช้ทั้งที แต่ไม่รู้ว่าถูกหรือผิด 

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

ありのままで

        วันนี้ อยากจะนำเสนอมาก เพลงญี่ปุ่นที่ชอบมากที่สุดตอนนี้ เป็นเพลงแปลมาจากการ์ตูนดิสนีย์ เรื่อง frozen นั่นเอง เย้ เลยอยากจะลองนำเอาเนื้อเพลงมาดูสิว่า ในเพลงนี้ มีการใช้รูป んです ที่ตรงกับ 目標 ของอิฉันรึป่าว
เพลง ありのままで แปลจากเพลงภาษาอังกฤษ Let it go ค่ะ


ありのままの姿見せるのよ
ありのままの自分になるの

降り始めた雪は足跡消して
真っ白な世界に一人の私
風が心にささやくの
このままじゃダメなんだと

戸惑い傷つ誰にも打ち明けずに
悩んでたそれもも止めよう

ありのままの姿見せるのよ
ありのままの自分になるの
私は自由よ
これでいいの少しも寒くないわ

悩んでたことが嘘みたいね
だっても自由よ何でもできる
周りはこんなにも冷えてるのに
ほっとしているの寂しくないわ

ありのままの姿見せるのよ
ありのままの自分になるの
私は自由よ
これでいいの少しも寒くないわ

ずっとずっと泣いていたけど
きっときっと幸せになれる
もっと輝くの

ありのままの姿見せるのよ
ありのままの自分になるの
私は自由よ
これでいいの少しも寒くないわ
ありのままでいいの

       เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า んですในประโยคที่ว่า
このままじゃダメなんだと 
นั้น เป็นประโยคบอกสาเหตุ คือนางเอกบอก เพราะว่าไม่ไหวแล้วเป็นยังงี้ต่อไป เลยต้องปล่อยมันออกมา 



อืม หรือมันอาจจะมีความหมายเป็นอื่น แต่ในเซ้นของอิฉันเป็นเช่นนี้จริงๆ ใคร่ขอความเห็นจากผู้รู้ค่ะ ^^ เเต่ก็เป็นที่น่าสังเกตุที่ว่า んです จริงๆ มีหลายความหมาย แต่ทุกครั้งที่อิฉันเจอ อิฉันรับรู้ได้อย่างเดียวคือ บอกสาเหตุ หรือถามสาเหตุ อืม เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

เมื่อนิสิตไทยไปพูดภาษาญี่ปุ่นที่อินโดนีเซีย

        เมื่อมาถึงจุดๆ นี้แล้ว อิฉันมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าว่า เรื่องที่ดิฉันได้เลือกทำ เรื่องการใช้ んですจากการสนทนานั้น "ยาก มาก" เพราะนอกจากจะหาโอการสนทนาเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ยากแล้ว ในเวลาจริงที่เราได้สนทนา เป็นการยากมากที่สมองจะสามารถประมวลผลและสังเคราะห์เป็นแกรมม่าคำว่า んですออกมา ถึงแม้ว่าอิฉันจะพยายามใช้มากเท่าไร แต่ んですที่อิฉันใช้ ก็มีเพียงความหมายเดียว คือการใช้ลงท้ายประโยคที่อยากบอก หรืออยากถามสาเหตุ อาจเป็นไปได้ว่า เพราะนั่นคือความหมายแรกของ んです ที่อิฉันได้เคยเรียน เมื่อครั้งยังเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นใหม่ๆ
       
       แต่ถึงกระนั้น อิฉันก็จะไม่ขอยอมแพ้ ถึงแม้ว่าคะแนนจะกาก แต่อิฉันก็ได้ความรู้ และเรียนรู้ที่จะพยายาม เอาเป็นว่าจะไม่ทำเพื่อคะแนน แต่จะทำเพื่อตัวเอง จะขอทำเรื่องนี้ต่อไปอย่างดีที่สุด นะคะ ^^


      หลังจากที่ได้บรรยายความอึดอัดใจของตัวเองไปแล้ว จะขอเริ่มเนื้อหาเลยละกัน เมื่อวันที่ 17-22 ธันวาคมที่ผ่านมา อิฉันได้มีโอกาสไปทัศนศึกษาที่ประเทศอินโดนีเซีย และมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเพื่อนนักศึกษาชาวอินโดนีเซีย ที่สำคัญก็คือ ภาษาที่เราใช้สื่อสารกัน ไม่ใช่ภาษาอังกฤษค่ะ แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งนักษาชาวอินโด(ที่เรียนเอกญี่ปุ่น)พูดเก่งมากจนน่าตกใจ เมื่อสังเกตและได้พูดคุยแลกเปลี่ยนดูแบ้ว ดิฉันก็ตระหนักได้ว่า พวกเขา input เยอะค่ะ ส่วนมากก็รับมาจากเพลงญี่ปุ่น น่าแปลกใจที่พวกเขาสามารถร้องเพลงญี่ปุ่นกันได้ทุกคน ในขณะที่ในเอกของอิฉันมีความชอบที่หลากหลาย บางคนชอบญี่ปุ่นก็ร้องเพลงญี่ปุ่นได้ บางคนชอบเกาหลีก็พูดเกาหลีได้ ญี่ปุ่นก็เป็นเพียงสิ่งที่ต้องเรียนเท่านั้น ในเมื่ออิฉันมีโอกาสได้พูดเช่นนี้แล้ว เรื่อง んですจะไปไหนพ้นเล่า (อุวะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า)
 
        จากบทสนทนา
私:えと、タイは整形することは人気があります。韓国のはいゆうからの影響です。
インドネシア人1:でも、インドネシアではあまり整形しないです。はいゆうたちはしますが、ほかの人はしません。イスラム教は神からもらった体を変えるのは(1)だめなんです。
私:えっ、そうですか。
インドネシア人1:そうです。
インドネシア人2:えと、マプランさんは製形したいですか?
私:いいえ、このままで、もうきれいだと思っていますから、整形なんて、したく(2)ないんです。
インドネシア人2:ははは、そうですか。


 
       สำหรับ んですที่อิฉันได้ใช้ไปนั้น บอกเลยว่าไม่มั่นใจสักเท่าไร เนื่องจากว่าเป็นกฏที่ไม่เคยใช้ เลยไม่มั่นใจ ใช้แล้วแปลกๆ อย่าว่าแต่ไวยากรณ์รูป んです เลย ไวยากรณ์รูปอื่นที่พูดไป ก็ไม่มันใจ แต่ ณ จุดๆ นั้น บอกเลยว่าไม่ค่อยสนใจไวยากรณ์สักเท่าไร คือ พูดอะไรไปก็ได้ให้เราเข้าใจกันได้ ให้เราสื่อสารกันรู้เรื่องก็พอ

んです แรก ก็ชัดเจนอยู่แล้ว ว่าเป็น んです บอกสาเหตุ
イスラム教は神からもらった体を変えるのは(1)だめなんです。

การใช้ んですของอิฉันในบทสนทนาครั้งนี้ มาจากกฏข้อนี้

ใช้ในรูป のです หรือ んです หรือ なのです เพื่ออธิบายมูลเหตุ หรือใช้แสดงการตัดสินใจที่เด็ดขาด
  • 高いと思ったから、買わなかったのです
    takai to omotta kara, kawanakatta no desu
    เพราะคิดว่าแพง จึงไม่ได้ซื้อครับ/ค่ะ
       ก็ดีใจนะคะ ที่เห็นว่าความพยายามใช้ของเราเป็นผล ตอนนี้ก็สามารถเลือกใช้ んです ในกฏข้ออื่น ที่ไม่ใช่แค่บอกสาเหตุได้แล้ว และก็จะพยายามต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ 

วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2557

タスク4飛行機

     มาถึงタスクนี้แล้ว เป็นการฝึกพูด เล่าเรื่องที่ตื่นเต้น คือเรื่องมีอยู่ว่า มีสตรีนางหนึ่ง จะไปขึ้นเครื่องที่สนามบิน ปรากฏว่า นางไปไม่ทันจ้า ตกเครื่อง ปุ๊บ กลับมาบ้าน ปรากฏว่าดูในข่าว อะไรจ้ะ เครื่องบินที่นางควรจะขึ้น ตกจ้า นางรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แล้วยังไงล่ะ ต้องมาเล่าเป็นภาษาญี่ปุ่น ให้คนฟังรู้สึกตื่นเต้นในความโชคดีในโชคร้ายของเรา ยาก จุงเบย คำว่าเครื่องบินตกภาษาญี่ปุ่นคืออะไรยังไม่รู้เลยจ้า แล้วอิฉันจะเล่ายังไงให้มันตื่นเต้น แต่เอาวะ สู้!!

カノックトーン:えっ、なんで今ここにいるの?もうイギリスに行ったじゃないの?

ピムチャノック:それはね。。。不思議なことがあるの。本当は、私はイギリスへ行く予定があった。でも、朝寝坊で、乗らなければならない飛行機に間に合わない=合わなかった 空港についたと(รูป-たとมีด้วยหรอ??) 飛行機はもう出発したんだ。しょうがなくて、家に帰ったことにした。家に帰って、テレビを見て、なんと、ニュースによって、その飛行機が海に落ちちゃったんだ。それは悲しいニュースけど、私はうれしい=うれしかったป่ะ?もし、その飛行機に乗ったら、今、ここにいないかもしれないね。

    อย่างแรกเลยที่ได้เรียนรู้จากการฝึกครั้งนี้คือ
飛行機が海に落ちちゃったんだ 
ตลกค่ะ เครื่องบินตกตรงเกินไปมั๊ย มีแต่เด็กน้อยแหละค่ะพูด (อันที่จริงเราก็เด็กนะจ้ะ = =)  
แต่ต้องเป็นประโยคว่า 飛行機が墜落する ต่างหาก 
ก็ไม่ใช่คำศัพท์ที่ใช้อยู่ในชิวิตประจำวัน ก็เข้าใจค่ะ เลยไม่รู้จัก (อย่าให้ได้ใช้บ่อยเล๊ยย เครื่องบินตกเนี่ย) ความรู้สึกจากการทำน่ะหรือ อืม เล่าให้ตลกว่ายากแล้ว เล่าให้ตื่นเต้นยังยากกว่าอีก อืมมมม 
     แล้วยังมีการใช้ประโยค If-clause แบบที่ 3 คือ ไม่มีทางเป็นจริง แปลงเป็นญี่ปุ่น อิชั้นเลยใช้ประโยคว่า
もし、その飛行機に乗ったら、今、ここにいないかもしれないね。
น่าสนใจใช่มั๊ยล่า เก่งเหมือนกันนะเรา คือชอบประโยคนี้ของตัวเองมาก (ซึ่งจริงๆก็ไม่รู้ว่าถูกไวยากรณ์หรือป่าว) แต่ก็ภูมิใจกับตัวเองนะ อิอิ

วันอังคารที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2556

タスク3秘密

        タスクครั้งนี้ คือการฝึกพูดให้ตลก = =’ ซึ่งถ้าเป็นภาษาไทยคงจะไม่อยากอะไรเลยยยยย เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งซี่งไปศัลยกรรมมา แล้วโดนแฟนเห็นรูปก่อนศัล ซึ่งคงจะอุบาทว์มาก แต่แฟนไม่โกรธเลย โอ้ววว แม่เจ้า ช่างเป็นแฟนที่แสนดีเสียนี่กระไร ที่ไหนได้ละจ้ะ น่างแฟนหัวล้านจ้า ใส่วิกอยู่เหมือน อุบาทว์เจออุบาทว์เลยทีนี้ เล่าเป็นภาษาไทยก็ฟังเพลินดี แต่พอเล่าเป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นแหละ ง่อยแดกเลยจ้า

ส่วนนี่ คือสิ่งที่อิฉันพูดไป //นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ยยยยย =[ ]=

ピムチャノック:ねえ、ねえ、聞いて、私と彼氏が別れちゃったんだ
。
カノックトーン:なんで、なんで?

ピムチャノック:マムちゃん知ってるね、私が整形したこと。昔はとてもブスだ。その日、彼は私の部屋に来て、私の昔の写真を見ちゃったんだ。嫌われたかなと心配したが(อ่านดูแล้วน่าจะเป็นしていたมากกว่าอ่านะ)、彼はいいよ、大丈夫だよと言った。私はああ、彼は私のことを認められて、いい彼氏だねと思った。そして、彼はカツラを外して、私はとってもびっくりした。実は、彼が禿頭だ。

     คิดว่า การพูดของเรา ไม่ค่อยตลกเท่าไร อคำศัพท์ต่างๆน่ะรู้อยู่ แต่คำพูดที่แสดงความรู้สึกตลก หรือเชิญชวนให้คนอื่นตลกน่ะมันไม่รู้ เลยเล่าออกมาได้ซะแข็งทื่อ ความจริง การเล่าเรื่องตลกเป็นอีกสกิลหนึ่งที่ควรฝึกเลยน่ะ เพราะคิดว่าอารมณ์ขันเป็นส่วนหนึ่งของสกิลการเข้าสังคม และถ้าจะให้ดีควรศึกษาวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปด้วย จะได้รู้ว่าสำหรับชาวญี่ปุ่น จุดไหนตลก จุดไหนไม่ตลก หรือจุดไหนเล่นแรงเกินไป เพราะฉะนั้นแล้ว ควรพัฒนาเป็นอย่างยิ่งค่ะ !!!

วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2556

3分スピーチ①

 เนื่องในวโรกาสในการเรียนวิชา การสนทนาภาษาญี่ปุ่น ของนิตชั้นปีที่ 3 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้มีการจัดสอบ พูดスピーチขึ้นโดยพร้อมกัน = ='
 
 ช่างเป็นการสอบที่ดูดพลังและวิญญาณเสียนี่กระไร เมื่อจะต้องพูดสปีชหน้าห้องเป็นเวลา 3 นาที โดยที่ไม่ทราบหัวข้อมาก่อน และไม่สามารถเตรียมตัวมาก่อนด้วย แต่ในเมื่อเลือกทางสายญี่ปุ่นนี้มาแล้ว คำว่าทำไม่ได้ หรือไม่กล้าทำ คงไม่สามารถปรากฏอยู่ในพจนานุกรมของสาวๆ(และหนุ่มๆ)เอกญี่ปุ่นได้ เอาวะ ทำก็ทำ (อิฉันคิด) โคตะระจะตื่นเต้น เนื่องในทักษะการพูดภาษาที่ไม่ใช่ภาษาแม่ง่อยอยู่แล้ว ณ จุดๆนี้ เราต้องแสดงความง่อยในทักษะต่อหน้าทุกคนในห้องรวมทั้งอาจารย์หรือนี่ /อย่าไปตื่นเต้นน่า เดี๋ยวมันก็ผ่าน /แล้วถ้ามันพูดไม่ได้ล่ะะะ /ได้อยู่แล้วเรียนมาตั้งหลายปี ใช้คำศัพท์ง่อยก็ได้ /ถ้าอ่านโจทย์ไม่รู้เรื่องล่ะ /คงไม่หรอก อาจารย์น่าจะช่วย อิส /แต่โคตรตื่นเต้นเลยง่าาา //เสียงทั้งสองเสียงดังก้องอยู่ในหัว ทะเลาะกันประหนึ่งแย่งแฟน แต่เอาวะ สู้

จับสลากปุ้บ ...つらい記憶 What the ....... ไม่ค่อยมีเรื่อง つらい ที่つらいที่สุดที่นึกออก อ่อออออ

こんにちは皆さん、ピムチャノックと申します。今日はつらい記憶についてお話したいと思います。皆さんはつらい記憶がありますか?私のつらい記憶は1年生のときです。(なんです)私は田舎の学生で、チュラ大に入れますから、バンコクに引っ越しました。

ขอ Close up ที่ประโยคนี้ นิสนุง 私のつらい記憶は1年生のときなんです。
んですในที่นี้น่าจะเป็นประเภท
4)言いい換かえ(การเปลี่ยนเรื่องพูด)
Ex.彼女かのじょは人のものを何でもほしがる。要ようするに彼女は子供こどもなのだ。
เพราะ หลังจากประโยคนั้น ก็ไปเริ่มใกม่ คือ เริ่มเล่าเรื่องเลย จึงคิดว่า น่าจะใช้รูปนี้

วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2556

タスク2外国人

ความรู้สึกจากการทำ タスク2外国人

        การทำ タスク ครั้งนี้ เป็นการพูดบรรยายภาพที่เห็น ทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง 
   อย่างแรก คือ คำศัพท์ มีคำศัพท์หลายคำที่เราไม่รู้ ทั้งๆที่เป็นคำศัพท์ง่ายๆ บรรยายถึงสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเลือกใช้คำศัพท์ ซึ่งก็เรียกง่ายๆ ว่าไม่รู้คำศัพท์นั่นแหละ เช่น ประโยคที่บอกว่า สบตา คือ 「目があった」ก็เพิ่งรู้ตอนที่ได้ทำ タスクนี้แล

อีกคำหนึ่ง การบรรยายการกระทำว่า หลบอยู่หลังหนังสือพิมพ์ คือใช้ประโยคว่า 新聞のかげに隠れるค่า ความรู้ใหม่อีกแล้ว  รู้ไหมคะ ตอนพูดจริง อิฉันพูดว่า 新聞を読んでいるような態度をします อับอายขายหน้าค่ะ 55555

   อย่างที่สอง เมื่อจำเป็นต้องพูดออกไปเลยโดยที่ไม่ได้มีเวลาไต่ตรอง เรียบเรียง และตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ทำให้พบว่ามีข้อผิดพลาดเยอะมาก แม้แต่ไวยากรณ์ง่ายก็ยังผิด ตอนพูดไม่ค่อยรู้สึกตัวหรอก แต่พอได้ลองกลับมาฟังอีกครั้ง ก็พบว่า อื้อหืออออ ผิดได้อย่างไร(วะ) ซึ่งเป็นส่วนที่ควรจะพัฒนาอย่างยิ่ง เป็นต่อไปอย่างนี้อาจจะเข้าข่ายสุภาษิตที่ว่า “ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด” (ไม่เกี่ยวเลยค่ะ 5555) คือว่า ความรู้ ไวยากรณ์ คำศัพท์เนี่ย แน่นปึกอยู่ในหัว แต่พอจะเอาออกมาใช้จริงๆ กลับไม่ได้เรื่อง เช่นนี้ก็ไม่ไหวนะเจ้าคะ T T 

   และอย่างที่ 3 ได้เรียนรู้เรื่องการใช้รูป んです อีกแล้ว คือ เวลาทวนประโยคของคู่สนทนา จะใช้รูป んです เช่น A:昨日は病気で、休みました。B:病気なんですか。เป็นต้น 

โดยสรุปแล้ว งานนี้ทำให้อิฉันรู้สึกตัวได้ว่า ทักษะการพูด ห่วย บรม แต่มัวแต่ต๊อแต๊ ก็ไม่ได้อะไรดีขึ้นมานะคะ ลุกขึ้นมาพัฒนาตัวเองดีกว่า เพื่อที่ได้พูดเก่งกับเขาสักที 


นี่คือภาพ ที่ต้องบรรยายค่ะ ถ้าต้องพูดเป็นภาษาไทย ก็คงสบายบรื๋อ สะดือโบ๋ มีแต่คำศัพท์ง่าย แต่พอเป็นภาษาญี่ปุ่น ไอ้คำศัพท์ง่ายๆที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวันนี่ล่ะค่ะ ตัวยากเลย 



ส่วนนี่คือ งาน ที่แก้แล้ว (นี่ขนาดแก้แล้ว) 

私:ヤーダーさん、私はホテルへ行きました。それで面白いことがありました。
ヤーダーさん:何ですか?
私:そのホテルでいる男の人を見ました。その男の人は何もしないで、ソファに座っていました。そこで外国人の観光客がいました。その外国人は道が分からなくて、地図を見ていました。それで、その外国人と男の人が目があって、外国人が道を尋ねようと男の人に近づいていました。
ヤーダーさん:それで。。
私:それで、その男の人がそんな態度を見ると、隣に座っているおじいさんが読んでいる新聞のかげに隠れてしまいました。その外国人の観光客が道を聞くことができませんでした。

คำศัพท์แต่ละคำ น่าสนใจใช่มั๊ยล่ะค้าา :)